แวะเยี่ยมประเทศญี่ปุ่น และได้ใช้โอกาสนี้ลงนามในสนธิสัญญาทางไมตรีและพาณิชย์ระหว่างกัน เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๔๓๐ ณ กรุงโตเกียว

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองราชวงศ์สืบสานต่อมาจนกระทั่งปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๑๒๐ ปี ซึ่งทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ

หน้าต่อไป>>

การขยายตัวของความสัมพันธ์ในช่วงนี้ ทำให้ขาวญี่ปุ่นเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในกรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นชุมชนหรือหมู่บ้านญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณเกาะเมืองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และจำนวนชาวญี่ปุ่นที่อาศัยในประเทศไทยเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ เป็น ๓,๐๐๐ คน อย่างไรก็ตาม ต่อมาญี่ปุ่นปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ไปสู่การปิดประเทศโดยสิ้นเชิงในปี ๒๑๘๒ โดยห้ามคนญี่ปุ่นเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาจึงมีจำนวนลดลงโดยลำดับ จนกระทั่งหมู่บ้านญี่ปุ่นสลายไปหมด

ไทยและญี่ปุ่นได้สถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการเสนาบดีว่าการต่างประเทศของสยาม เสด็จกลับจากทรงร่วมพิธีเฉลิม

ฉลองการเสด็จขึ้นครองราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียที่กรุงลอนดอน ในปี ๒๔๓๐ ได้เสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและสหรัฐฯ และได้ทรง

  
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นและประเทศไทยสามารถนับย้อนกลับได้ยาวไกลถึง ๖๐๐ ปี แม้จะหยุดชะงักลงบ้างในช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ แต่ได้เริ่มต้นกันใหม่และได้ลงนามสนธิสัญญาฉบับแรกระหว่างกันเมื่อปี ๒๔๓๐

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยมีประวัตความเป็นมายาวนานถึง๖๐๐ปี นับตั้งแต่สมัยสุโขทัยโดยมีการติดต่อทางการค้ากับเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา การติดต่อค้าขายระหว่างไทยกับญี่ปุ่นขยายตัวออไปจากเกาะโอกินาวาไปสู่ภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่น โดย อิเอยะสึ โตกุงาวา ซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของตระกูลโตกุงาวา ได้ส่งคณะฑูตมาเจริญสัมพันธไม่ตรีกับประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี ๒๑๔๙ ในสมัยพระเจ้าเอกาทศรถของไทย