ศาสตร์แห่งพลุและดอกไม้ไฟ |
ในกระบวนการทำดอกไม้ไฟ ต้องใช้ความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์สูง เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ร่วมกันอย่างลงตัว ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ได้ดอกไม้ไฟที่จุดแล้วระเบิดเกิดแสงและเสียงเท่านั้น สิ่งที่ต้องการมากกว่านั้นคือ รูปแบบการแตกกระจายของแสงและสีที่เกิดขึ้น จะต้องเป็นไปตามที่ต้องการและเกิดในเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีที่แสดงโดยมีจังหวะดนตรีประกอบด้วย สิ่งต่างๆ นี้ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการสร้างสรรค์ดอกไม้ไฟให้มีความสวยงามหรือเป็นไปตามที่ต้องการได้ วัตถุดิบที่สำคัญในการทำดอกไม้ไฟมี 6 ชนิด ได้แก่ เชื้อเพลิง (Fuel๗ สารออกซิไดซ์ (Oxidizing agents) สารรีดิวซ์ (Reducing agents) สารให้สี (Coloring agents) ตัวควบคุม (Regulator) และสารยึดเกาะ (Binder) ส่วนผสมทุกอย่างถูกนำมาผสมเข้าด้วยกัน โดยมีสูตรและสัดส่วนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และรูปแบบที่ต้องการให้เกิดขึ้น จากนั้นนำส่วนผสมมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดต่างๆ เรียกว่า Star แล้วเรียงลงในเปลือกดอกไม้ไฟ ซึ่งทำจากกระดาษแข็งจนเต็ม ในการทำงานทุกๆ ขั้นตอนล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น เช่น หากต้องการให้ดอกไม้ไฟที่แตกออกมีแสงสีน้ำเงิน จะต้องเลือกใช้สารที่ให้สีคือ คอปเปอร์ และจะต้องเลือกเกรดที่มีความบริสุทธิ์สูง มิเช่นนั้นจะเกิดแสงสีอื่นขึ้นด้วย และทำให้แสงสีที่เห็นไม่เป็นสีน้ำเงินตามที่ต้องการ สำหรับดอกไม้ไฟที่ใช้แสดงประกอบดนตรี ซึ่งเป็นการแสดงที่ต้องใช้เทคนิคและเทคโนโลยีระดับสูง นักวิทยาศาสตร์สาขาคอมพิวเตอร์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการออกแบบทั้งสี ขนาด ความสูง ความเร็ว และผล (Effects) ต่างๆ ที่ต้องการให้เกิดขึ้น โปรแกรมที่สร้างขึ้นสามารถแสดงภาพจำลองเสมือนจริงของดอกไม้ไฟที่ออกแบบได้ โดยโปรแกรมจะคำนวณตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ทั้งเรื่องกฎแรงโน้มถ่วง แรงลม และแสดงภาพจำลองให้เห็นทางจอภาพได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถฝังอิเลคทรอนิสก์ไทม์ ชิป (electronic time chip) ลงในเปลือกดอกไม้ไฟส่วนต่างๆ ให้ระเบิดพอดีกับจังหวะเพลงที่ต้องการได้อีกด้วย
|


